เจาะลึกเกณฑ์ภาษีเงินได้จากต่างประเทศ คำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566 เช็กเงื่อนไขใครเข้าข่ายต้องเสียภาษี
เผยแพร่ 10 ก.ย. 2026
กรมสรรพากรได้ปรับเปลี่ยนแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากแหล่งนอกประเทศครั้งสำคัญ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 ร่วมกับคำสั่งที่ ป.162/2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้ที่นำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ส่งผลกระทบต่อนักลงทุน บุคคลธรรมดา และผู้มีรายได้จากต่างประเทศอย่างกว้างขวาง
2 เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ต้องเสียภาษีในประเทศไทย
ผู้มีเงินได้จะมีหน้าที่ต้องนำเงินได้จากต่างประเทศมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อ ดังนี้:
- เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (Tax Resident): คือบุคคลที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันถึง 180 วัน ในปีภาษีนั้น (นับรวมกันไม่จำเป็นต้องติดต่อกัน)
- นำเงินได้พึงประเมินเข้ามาในประเทศไทย: มีการโอนเงินได้ดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะนำเข้ามาในปีภาษีเดียวกันกับที่เกิดเงินได้ หรือนำเข้ามาในปีภาษีต่อ ๆ ไป
📌 สาระสำคัญของคำสั่ง ป.162/2566 (การคุ้มครองเงินได้เดิม)
กรมสรรพากรได้ออกคำสั่ง ป.162/2566 ระบุชัดเจนว่า เงินได้พึงประเมินที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 แม้จะนำเข้ามาในประเทศไทยหลังจากวันที่ 1 ม.ค. 2567 จะยังคงได้รับยกเว้นภาษีตามแนวปฏิบัติเดิม ดังนั้น เงินต้นหรือผลตอบแทนสะสมที่เกิดขึ้นก่อนปี 2567 จะไม่ถูกดึงเข้ามาคำนวณภาษี
การป้องกันการเสียภาษีซ้ำซ้อน (Double Tax Agreement: DTA)
สำหรับผู้ที่ได้เสียภาษีในต่างประเทศไปแล้ว ประเทศไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับกว่า 61 ประเทศทั่วโลก ซึ่งผู้มีเงินได้สามารถนำหลักฐานภาษีที่ถูกหักหรือชำระในต่างประเทศ มาขอใช้สิทธิ เครดิตภาษี (Foreign Tax Credit) เพื่อหักออกจากยอดภาษีที่ต้องชำระในไทยได้ตามเงื่อนไขของอนุสัญญาแต่ละประเทศ
ข้อแนะนำในการจัดเตรียมข้อมูลสำหรับนักลงทุน
- จัดทำบัญชีแยกประเภทเงินต้นและผลกำไร: เก็บหลักฐาน Statement การโอนเงินไปลงทุนและผลกำไรที่เกิดขึ้นในแต่ละปีให้ชัดเจน
- รวบรวมหลักฐานภาษีจากสถาบันการเงินต่างประเทศ: เช่น ใบรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax Certificate) หรือเอกสารยืนยันการจ่ายภาษีในต่างประเทศ
- วางแผนระยะเวลาการนำเงินเข้า: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อคำนวณฐานภาษีและอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่เหมาะสมที่สุด
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
• คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 และ ป.162/2566 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร
• กองกฎหมายและกลุ่มมาตรฐานการกำกับและตรวจสอบภาษี กรมสรรพากร (https://www.rd.go.th)
• ข้อมูลอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน กระทรวงการคลัง
