ภาษีซื้อต้องห้าม 10 กรณีที่ผู้ประกอบการจด VAT มักพลาด และแนวทางป้องกันเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

← กลับไปข่าวทั้งหมด

เผยแพร่ 9 ก.ย. 2026

ภาษีซื้อต้องห้าม (Prohibited Input Tax) ถือเป็นหนึ่งในหลุมพรางภาษีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) พบเจอและถูกสรรพากรประเมินย้อนหลังมากที่สุด ซึ่งหากนำภาษีซื้อที่ไม่ถูกต้องไปเครดิตภาษี จะส่งผลให้ต้องเสียเบี้ยปรับ 1 ถึง 2 เท่า และเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนของยอดภาษีที่ขาด

10 รายการภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร

  1. ไม่มีใบกำกับภาษี หรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้: ทำเอกสารสูญหาย หรือไม่มีต้นฉบับใบกำกับภาษีในขณะที่เจ้าพนักงานขอตรวจ
  2. ใบกำกับภาษีมีข้อความไม่สมบูรณ์ หรือขาดสาระสำคัญ: เช่น ขาดชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของผู้ซื้อหรือผู้ขาย หรือไม่มีคำว่า “ใบกำกับภาษี” ที่ชัดเจนตามมาตรา 86/4
  3. ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ: เช่น ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการ ค่าน้ำมันรถยนต์ส่วนตัว หรือสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัว
  4. ภาษีซื้อจากรายจ่ายค่ารับรอง: ค่าอาหาร เครื่องดื่ม ของขวัญ หรือค่าบริการที่จัดเลี้ยงลูกค้า แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจแต่กฎหมายไม่อนุญาตให้นำภาษีซื้อมาเคลม VAT (ให้นำไปลงเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีตามเกณฑ์ที่กำหนด)
  5. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีอย่างย่อ: เช่น ใบเสร็จค่าน้ำมันหรือซื้อของจากห้างสรรพสินค้าที่เป็นแบบย่อ ต้องขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปเท่านั้นจึงจะเคลมได้
  6. ภาษีซื้อเกี่ยวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล: การซื้อ เช่าซื้อ หรือซ่อมบำรุงรถยนต์นั่งที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน (ยกเว้นผู้ประกอบการที่มีธุรกิจให้เช่ารถยนต์หรือจำหน่ายรถยนต์โดยตรง)
  7. ใบกำกับภาษีที่ออกโดยผู้ไม่มีสิทธิออก: ออกโดยบุคคลหรือร้านค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือใบกำกับภาษีปลอม
  8. ใบกำกับภาษีที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง: มีการขูด ลบ ขีด ฆ่า หรือแก้ไขตัวเลขโดยไม่มีการยกเลิกและออกใหม่ตามระเบียบ
  9. ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีที่นำมาเคลมเกินกำหนดเวลา: นำภาษีซื้อมาเครดิตเกิน 6 เดือน นับจากเดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี
  10. ภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคารเพื่อใช้ในกิจการที่ต้องเสีย VAT: และต่อมาได้โอนหรือขายอาคารนั้นภายใน 3 ปีนับแต่ก่อสร้างเสร็จ

🚨 บทลงโทษจากการใช้ภาษีซื้อไม่ถูกต้อง

การนำภาษีซื้อต้องห้ามมาหักออกจากภาษีขาย ถือเป็นการยื่นภาษีขาด มีโทษเบี้ยปรับ 1 เท่า หรือหากเป็นกรณีเจตนานำใบกำกับภาษีปลอมมาใช้ จะมีโทษเบี้ยปรับ 2 เท่า เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปีตามมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร

แนวทางการตรวจรับเอกสารที่ถูกต้องของฝ่ายบัญชี RVP

  • ตรวจเช็กสถานะภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ของคู่ค้า: ผ่านเว็บไซต์ระบบค้นหาผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของกรมสรรพากรเสมอ
  • ตรวจทานข้อมูลนิติบุคคล 5 จุดหลัก: 1) คำว่าใบกำกับภาษี 2) ชื่อ-ที่อยู่ผู้ซื้อ 3) เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก 4) คำว่าสำนักงานใหญ่หรือสาขาที่ 5) วันเดือนปีและรายการสินค้า
  • ลงบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายแทน: หากเป็นภาษีซื้อต้องห้ามที่กฎหมายไม่อนุญาตให้นำมาหักภาษีขาย แต่เกี่ยวข้องกับธุรกิจจริง สามารถนำยอดรวมภาษีไปบันทึกเป็นต้นทุนค่าใช้จ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีได้

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
• ประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5, 86/4 และ 86/5 ว่าด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม
• แนววินิจฉัยและคู่มือตรวจสอบภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง
• มาตรฐานวิชาชีพบัญชี โดย สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TFAC)